ห่าง...........หายการจาก extreen  ไปเนิ่นนานเลย คิดถึงจัง  กลับมาอีกครั้งด้วยเรื่องราวอันแสนมากมายก่ายกอง อยากจะถ่ายทอดเป็นไดอารี่เก็บไว้อ่านยามแก่ชรา ถ้าอยู่ในสมุดมันคงจะหาย อยู่ในโลกออนไลน์ ไม่หายมั้ง .....  

ความทรงจำของคนเรามักจะเลือนลางตามอายุไข นี่ ก็ปาเข้าไปเลข4 แล้ว ตอนนี้ ยังจำทางกลับบ้านได้อยู่ อีกไม่นานคงลืม  การเดินทางครั้งนี้เกิดจากความอยากรู้ของคุงสามี ว่าหลวงพระบางที่มีชื่อเสียง ที่คนเค้าไปเที่ยวกันเยอะๆเนียะ มันเป็นยังไงนะแล้วเค้าไปยังไงกัน ถ้าไปท้วร์ก็ค่อนข้างแพง ลาวกะไทยเป็นพี่น้องกัน ภาษาที่ใช้ก็ภาษาบ้านเรา ฟังกันออก คุยกันฮู้เรี่ยง ทำไมต้องง้อทัวร์  ก็เลยตกลงกันว่า งั้นเราลองไปกัน2 คน  เพราะเราติดตามอ่านเรื่องราวของหลวงพระบางหลายรีวิวแร้นนน เฮ้ยไปไม่ยากนี่หว่า เราเลือกเดินทางโดยรถบขส. เข้าทางด่านท่าลี่ ใช้เวลาเดินทาง จากบขส.เลย  8.00-17.00น ดูจะใกล้เป็นอันดับสอง ถ้าไม่นับเดินทางโดยเครื่องบินนะ /ตั๋วเครื่องบินโหดเกิน ไปเกาหลีราคาตั๋วยังไม่เท่านี้เลยลาวแค่นี๊....... เรามาถึง สถานีขนส่งหมอชิตตอนสองทุ่ม เพื่อมาจองตั๋วรถ vip 24 ที่นั่งของแอร์เมืองเลย ไปลงสถานีขนส่งเมืองเลยราคาตั่วอยู่ที่ประมาณ 619 บาท  รถออกสามทุ่มตรง ตรงจริงๆค่ะคุณขา ......ใครจะไปอย่าเรทนะ เด๋วเค้าม๊ะรอ

อ่านมาหลายเม้นต์ความขึ้นชื่อของแอร์เมืองเลยว่า บริการไม่ค่อยดี พนักงานพูดจาไม่สุภาพ  ผ้าห่มเหม็น วันนี้ เรามาพิสูจน์แล้ว  ฮว่าๆๆๆๆ

 

พนักงานที่เราเจอวันนั้น ถือว่าพูดจาธรรมดาอ่ะ ถามไรก็ตอบนะบริการปกติธรรมดา ไม่ได้แย่อย่างที่เค้าเม้นต์กันนะ เรื่องของผ้าห่ม โอ้โฮ ...5555+ เป็นดั่งคำเล่ารือ ไม่รู้ว่าใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้อไร  แต่ด้วยความหนาว ก็ต้องห่มอ่ะ หนาวมากๆ

ข้างในตัวรถ โอ้แม่จ้าว สมกับคำว่า vip  มันใหญ่มากอ่ะค่ะ นั่งเต็มตรูดด ยังเหลือที่เบาะนวดหลังไฟฟ้า มีช่องเสียบ  usb  มีจอส่วนตัว แม๊ เฟริสคลาสตรูได้นั่งแล้วแอบมโนว่านั่งเครื่อง กลางดึก พี่โชเฟร่อ  ก็แวะให้เรารับทานอาหารในปั๊มเอาหางตั๋วไปแลกคูปอง ไม่กินก๊ะได๋ กินกะได๋ ไม่กินเอาคูปองไปใช้แทนเงินสดที่ร้านขายของฝากได้อีกต่างหาก 

 04.00 เราก็มาถึง บขส.เมืองเลย อุ๊ะต๊ะ ถึงไวแท้ กะว่าถึง 6 โมงเช้า ไงหละงานนี้นั่งรอซิค๊ะ นั่งกันเงกเลย กว่าบริษัทบขส. จะเปิดขายตั๋วไปหลวงพระบาง หกโมงครึ่งแหนะ พอได้เวลาเรารีบไปซื้อเลยค่ะ เพราะหน้าบริษัท มีชาวลาว มายืนรอกันหลายคนแล้ว  ตั๋วโดยสารไปหลวงพระบางราคา 700 บาท เวลาซื้อ ต้องยื่นพาสปอร์ตไปด้วย เด่วทางบริษัท จะบันทึกรายการของเรา แล้วส่งคืน พร้อมแบบฟอร์มออกนอกประเทศไทย และ เข้าประเทศลาว  สักพักเค้าจะเรียกรับตั๋ว รถออกแปดโมงตรง  เราแอบเห็น รถสองแถวไปเชียงคาน อู้วตื่นเต้น..ถ่ายภาพค่ะถ่ายภาพ

คนแถวนั้นก็มองนะ "อีสองคนนี่มันบ้าป่าวว๊ะ รถสองแถวยังจะถ่ายอีก"

และแล้ว ก็ได้เวลา ขึ้นรถ  เค้าให้เราขึ้นประมาณ 7.30 น. เพื่อนั่งตามที่ ต้องบอกว่าถ้าจะมาแบบนี้ต้องชอบธรรมชาติและการนั่งรถจริงๆนะ เพราะคุณจะนั่งนานมาก อิ่มเอมกับทุ่งนาสองข้างทางจนลืมหิวข้าวเลยหละ slowlife กันหน่อย เพราะรถคันนี้หวานเย็นจริงๆ

พี่น้องชาวลาวเค้ามีอัธยาศัย ไมตรีดีจริงๆนะ ได้พูดคุยกับพวกเค้าแล้ว รู้สึกถึงความจริงใจ ประมาณว่า กรูมาทัวร์มีแต่คนรู้จัก........ เราได้รับขนมและน้ำ มีนมเปรี้ยวด้วย คนละ 1 ชุด มันคือชุดประทังความหิว รถที่นั่งเป็นรถจากฝั่งลาว ใช้ ฮุนได เบาะยังมีภาษาเกาหลีติดมาเลย ที่นั่งไม่ใหญ่ คนตัวใหญ่ลำบากหน่อย อย่างเราเป็นต้น เมื่อยchiphey และขอบอกเต็มทุกที่นั่งนะค๊ะคุณขา...กึ๊ย..อบอุ่นกันเลยทีเดียว

 

วิวนาฝั่งไทยสวยงามมาก นั่งไม่นานก็ถึงด่านท่าลี่ เราต้องลงไปจ๊อบพาสกันแล้ว ลงและขึ้นและลงและขึ้น ว่าไปก็เวียนหัวนะ คือมันใกล้ง่ะ.............................

 พอ....ย่างเข้าฝั่งลาว ถนนหนทางเขาก็ โอเครเลย ไม่เหมือนที่คิด...ว่าต้องเป็นดาวอังคาร ปกติ เหมือนฝั่งบ้านเราเลย วิวข้างทาง เป็นท้องนาสลับกับหมู่บ้าน สักพักก็เริ่มไต่ระดับเนินเขาข้ามไปเรื่อยๆ เอาเป็นว่า นั่งมองวิวกันเพลินม๊ากกกก

 

วิ่งมาสักพักพอเข้าเขตไชยะบุรี เด็กรถจะเข้ามาถามจะกินอะไรมื้อกลางวัน เพราะ ในตั๋วรวมค่าอาหารกลางวันด้วย อาหารก็เป็นตามสั่ง กะเพรา หรือ ข้าวผัด แล้วแต่..... แต่พอไปถึง เราอยากกินเฝอเลยสั่งมากินด้วย สนนราคา  60 บาทถ้วยนึง อาหารรสดีเลยหละ อร่อย เหมือนกินอยู่ฝั่งไทย สงสัยแม่ครัวเคยมาทำงานร้านอาหารที่เมืองไทยแน่เลย รสบ้านเราเลย.........

รถจอดพักสักระยะพอคลายกล้ามเนื้อ พี่พขร. ก็พร้อมออกเดินทาง เพราะยังต้องข้ามเขาอีกหลายลูกกว่าจะถึงหลวงพระบาง

ระหว่างทางมีผู้โดยสารแวะขึ้นลงตลอดทาง ประหนึ่งรถเมล์ ก็ว่าได้ หวานเย็น สโลไลฟ์ สมใจอยาก  ฮว่าๆๆๆ ยิ่งใกล้หลวงพระบาง เก้าอี้เป็นของเราทั้งรถ  เปลี่ยนที่นั่งเป็นว่าเล่นเลยอิ๊อิ๊

 

มองวิวข้างทางเพลินจริงๆ 17.30น. เราก็ถึงขนส่งหลวงพระบาง เรทเวลาไปหน่อย เราวางแผนว่า พรุ่งนี้เราจะเที่ยวตัวเมืองหลวงพระบาง และแวะไปน้ำตกตาดกวางสี แล้วกลับมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่พระธาตุภูสี และอำลาเมืองหลวงพระบาง โดยจะนั่งรถนอนจากหลวงพระบางเข้าเวียงจันท์  พอลงจากรถ เราก็ถามหาที่จองตั๋วไปหลวงพระบาง ต้องข้ามฝั่งค่ะ ไปอีกฝั่งนึงขนส่งมี 2ที่ อยู่ตรงข้ามกัน ....

ที่เราลงจากรถ จะมีจองไปหลวงพระบางเหมือนกัน แต่นั่งรถตู้ เราจะนั่งรถนอนต้องข้ามฝั่งไปจอง ค่าตั๋ว 180 พันกีบ  อ้อลืมเหลา แลกเงินลาวได้ที่ แบงค์กรุงไทย ทุกสาขานะค๊ะ ตอนนั้นแลกไป แพงอยู่ 1000กีบ 4.50 บาท จองเรียบร้อยก็โกๆ กันหละค่ะ เจอพี่คนไทย บอก น้องๆ อย่าเพิ่งไปนะมีไรจะเหลาให้ฟัง เราก็งง กรูหาข้อมูลมาจะนั่ง สกายแล๊ป 15พันกีบ  มาเรียกกรูไว้ทำไม กรูรู้กรูอ่านมา.......  ดีนะ รอฟังพี่เค้า เค้าบอกเดินออกจากขนส่งไปทางซ้าย ข้ามแยกไป เดินไปหน่อยมีสถานี รถตุ๊กๆ ไฟฟ้า เข้าเมืองหลวงพระบาง คนละ 3000 กีบเอง โอ้วววว อ้าปากค้างเลยกรู โง่ขึ้นมาทันที  นี่ขนาดอ่านมาแล้วนะเนียะ ประหยัดเงินตั้งเย๊อะ แต่พอไปจริงๆ อ้าววว มันไม่รับค่ะ มันไม่รับเราขึ้นรถ ชี้มือชี้ไม้ บอกไปคันหลัง... เอาแล้วไง ไปถึง ถามนายท่า นายท่าก็เห็นใจเรานะ หาเรียกรถเหมามาให้เราขึ้น คนละ 5000 กีบ แต่อัดไปกะคนอื่นนะ เราก็เอาดิ เมื่อยแล้ว เหมาก็ไปรถพาไปส่งที่ตลาดมืด ไปถึงมืดแปดด้าน  ...................อ้าววววววว ที่กรูดูในแผนที่ มันมีลาวทราเวล แล้วลาวทราเวลอยู่ไหนว๊ะ หาที่พักไม่เจอแล้วคราวนี้ เดินวน ถามทางจนเมื่อย กว่าจะเจอ เราพักกันที่ แอปเปิ้ลเกสเฮ้าค่ะ จองไป 700 กว่าบาท ไม่แพงนะ ห้องดีมากเลย พอหาที่่พักเจอ ก็ทำการเช่าแมงกาไซด์ หละค่ะ 24 ชั่วโมง คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 450 บาท จากนั้น เราก็ไปหาที่เติมน้ำมันกัน ปั๊มปิดหมดแล้วเพราะมันทุ่มแล้วหละ เลยหาซื้อน้ำมันที่เค้าใส่ในขวดขาย แพงมากขอบอก เราเติมไปขวดใหญ่เท่าขวดน้ำดื่มไซด์ใหญ่ ราคาเกือบ 200 บาทไทยอ่ะ ถามว่าทำไมแพงจัง เค้าบอกเป็นน้ำมันฉุกเฉิน..............อ้อ เลยฟันกรูซ๊ะเลือดซิบเลย......

 
 
 
 
ภาพแปลก สิ่งแปลก  ที่ บางคนไม่เคยเห็น
อย่างนี้ก็มีด้วยค๊าบ....
 
 
    
     
 
พื้นเพียวๆ  นะจ๊ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
frog
 
 
coke
 
 
detect5
 
edgar_mueller
 
 
edgar_mueller03
 
 
fountain
 
 

chalk-nike-basketball-shanghai

010_kartinki

iskadar-3d-pavement-singapore

paris-3d-chalk-beever

picture3
 

sosie

swim2

โอ๊ยๆ  เมืองไทยทำไมไม่มีแบบนี้บ้างนะ
ขอบคุณ
สำหรับรูปภาพ เจ๋งๆ  แบบนี้
 

ร้านขายผลไม้จิ๋ว

posted on 12 Oct 2010 13:06 by raveepass in food
ของจิ๋ว  แต่แจ๋วนะ
........เออ  ........ เมืองไทยนี่ช่างสรรหานะ  ของจิ๋วๆ นี่ทำกันได้ยังไง  คนทำช่างมี
ความพยายามอย่างยิ่ง  อย่างแรก สายตา คงต้องดีมากอ่ะ...เพราะมันเล็กนักแล
ต้องยกนิ้วให้จิงๆ    แถมไอเดียก็เก๋ไก๋  ถ้าได้มาประดับใน
ตู้โชว์ที่บ้านคงดีนะ  ดูไปดูมา เข้าท่ากว่าบ้านตุ๊กตาบาบี้อีกนะ
สมควรแก่การสะสม  ไทยช่วยไทย อุดหนุนคนไทยจร้า

edit @ 12 Oct 2010 13:21:16 by raveepass